จตุคาม รามเทพ เวปไซต์
 
  ***jatukarm-ramatep WebSite ***  
     
 

"ขอกราบสักการะ ขอให้ องค์พ่อจง ทรงญาณบารมียิ่งยิ่งขึ้นไป บารมีของพ่อแผ่ไพศาล ไปทั่วไตรภพ" และโปรดช่วยคุ้มครอง ท่านและครอบครัวของท่านให้อยู่เย็นเป็นสุข คิดหวังประการใดให้สมดังหวังและประสบความสำเร็จในทุกๆด้าน ด้วยเทิญ...ขอกราบสักการะองค์พ่อจตุคามรามเทพ.

 จตุคามรามเทวัง โพธิสัตตัง มะหาคุณัง มะหิทธิกัง อะหัง  ปูเชมิ  สิทธิลาโภ  นิรันตะรัง "ตราบใดที่นำ้ทะเลยังไม่เหือดแห้งมึงมีกูไว้ไม่จน" สัจจะวาจาที่องคพ่อทรงประทานไว้แก่คณะศิษย์ผ่านร่างทรง.

 
 
 
หน้า:เว็บบอร์ด » กระทู้ที่ 176      
 
ชื่อกระทู้ : จตุคามรามเทพ ความจริงและความลับ ที่ไม่เคยมีใครรู้
ผู้ตั้งกระทู้ : จุกนคร
IP : 119.42.86.254
วัน-เวลา : 15-04-2552 08:43:41
 
ข้อความ :


 


ก่อนอื่น ต้องขอออกตัวก่อนว่า ข้าพเจ้าไม่ได้เป็น "ลูกพ่อ" หรืออีกนัยหนึ่งคือ ไม่ได้เป็นผู้ที่ศรัทธาในเรื่องนี้ และข้าพเจ้าก็คิดอยู่นานเหมือนกันว่าจะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ดีหรือไม่ อันที่จริงก็ไม่คิดมาก่อนเหมือนกันว่า ข้าพเจ้าเองจะหาซื้อหนังสือเกี่ยวกับจตุคามรามเทพมาอ่าน

ถ้าหากลองเดาเหตุผลตามตรรกะแบบผู้ที่ศรัทธา ก็คงเป็นเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บางอย่างมาดลใจให้ข้าพเจ้าหยิบหนังสือเล่มนี้อ่าน (และตัดสินใจซื้อ) กระมัง

แต่ถ้าเอาเหตุผลจริง ๆ ที่ข้าพเจ้าไม่อยากซื้อหนังสือเกี่ยวกับจตุคามรามเทพมาอ่านสักที (นอกจากไม่เคยคิดจะหาเช่ามาบูชาสักองค์) ก็เป็นเพราะว่า ในท้องตลาดจะมีหนังสือที่เล่าถึงตำนาน ความศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงคู่มือเลือกเช่า (ซื้อ) ออกมามากมายหลายเล่มเหลือเกิน (ราวกับจะให้ทันกับการ ปั๊ม และ ปลุกเสก จตุคามรามเทพ ของบรรดาผู้จัดทำคณะต่าง ๆ ไม่ว่าจะจัดทำในนามวัด หน่วยงานราชการ นักการเมือง)

คือ หนังสือมันเยอะมากจนข้าพเจ้าเลือกไม่ถูก ก็เลยพาลไม่ซื้อมันซะเลย และไม่ทราบว่าจะมีเล่มใดเล่มหนึ่งเป็นหลักให้อ้างอิงต่อได้หรือไม่

ด้วยความที่ไม่ได้สนใจมากมายนัก การรับรู้ของข้าพเจ้าในประเด็นนี้ จึงรับรู้ผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และคิดว่าหลาย ๆ ท่านน่าจะได้ข่าวสารมาคล้าย ๆ กันในทำนองที่ว่า ตำนานจตุคามรามเทพนี้เกี่ยวข้องกับอณาจักรศรีวิชัย และ วัตถุมงคลที่เช่าบูชากันอยู่นี้ สัมพันธ์กับตำนานการสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราช และทีมงานจัดสร้างในครั้งแรกนั้น ผู้ที่มีบทบาทสำคัญมากคือ พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นจอมขมังเวทย์ มีคาถาอาคมแก่กล้า

ข้าพเจ้ารับรู้แบบนี้จริง ๆ นะ แล้วก็คิดว่าหนังสือแต่ละเล่มคงเขียนไม่ต่างจากนี้เท่าไหร่ด้วย



อาจจะเพราะด้วยวิธีการเขียนคำโฆษณาของหนังสือเล่มนี้กระมัง คือ หน้าปกเขียนว่า ความจริงและความลับ ที่ไม่เคยมีใครรู้ ถูกต้องสมบูรณ์ เพียงเล่มเดียวในเมืองไทย ข้าพเจ้าเลยหยิบมาดูสักหน่อย (บอกแล้วว่าไม่ได้มีใครมาดลใจ) พลิกไปพลิกมาเห็น สนธิ ลิ้มทองกุล กับ มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ความคิดแรกที่แว๊บมาในสมองก็คือว่า เนื้อหาและอารมณ์น่าจะเป็นไปในทำนองเดียวกับ รายการยามเฝ้าแผ่นดิน เป็นแน่ นั่นคือ มีข้อมูลมากมายมานำเสนอ แฉอย่างชนิดที่ไม่เกรงใจใคร และพร้อมจะชนกับทุกฝ่าย



(อ่านถึงตรงนี้แล้วหลายท่านอาจจะสงสัยว่า ข้าพเจ้าเป็นแฟนตัวยง หรือ ว่าไม่เป็นพวกต่อต้านคุณสนธิ ลิ้มทองกุล กันแน่ ก็ขอออกตัวไว้ก่อนว่า ไม่ทั้งสองอย่าง แต่ก็ติดตามอยู่เรื่อย ๆ)

เมื่อคิดดังนั้นจึงลองอ่าน คำนำ (ซึ่งเขียนโดย พล.ต.ท. สรรเพชญ ธรรมาธิกุล) ดู ก็ไปสะดุดกับประโยคหนึ่ง (ในหน้า 4-5) ความว่า

...จึงเป็นธรรมดาที่ประวัติความเป็นมาของการสร้างหลักเมือง และวัตถุมงคลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ค่อนข้างลึกลับซับซ้อน แม้แต่ พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช ก็เกือบไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องอะไรเลย นอกจากเมื่อทำกันเสร็จสิ้นแล้ว จึงเชิญท่านมาช่วยในพิธีสงฆ์หรือเชิญเทวดาตามประเพณีเท่านั้น...




ในฐานะที่ไม่ได้เป็น ลูกพ่อ ก็ขอบอกตามตรงว่า ข้าพเจ้าไม่คุ้นกับชื่อ พล.ต.ท สรรเพชญ เท่าใดนัก ถ้าเทียบกับ ขุนพันธ์ แล้ว ข้าพเจ้าคุ้นกับชื่อหลังมากกว่า (อย่างที่ได้กล่าวไว้แล้วว่า มันเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าได้รับรู้ตามสื่อหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์) ข้อความที่ว่า พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช ก็เกือบไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องอะไรเลย จึงติดใจข้าพเจ้าอย่างมาก

ไม่ธรรมดาแน่! ข้าพเจ้าคิดอย่างนั้นจริง ๆ ก็เลยตัดสินใจซื้อมาอ่าน แต่ไม่ได้บอกนะว่า เล่มนี้จะเป็นหนังสือที่ดีหรือไม่



หนังสือ จตุคามรามเทพ ความจริงและความลับ ที่ไม่เคยมีใครรู้ เล่มนี้ พีรยุ ดีประเสริฐ เรียบเรียงขึ้นจากการสัมภาษณ์ พล.ต.ท. สรรเพชญ ธรรมาธิกุล ที่ว่าไม่เคยมีใครรู้นั้น ก็เพราะว่า พล.ต.ท. สรรเพชญ เกี่ยวข้องกับตำนานจตุคามรามเทพ และ การสร้างเสาหลักเมืองนครศรีธรรมราชตั้งแต่ต้น แต่ไม่เคยให้สัมภาษณ์กับใคร หลายเรื่องเปิดเผยเป็นครั้งแรกในหนังสือเล่มนี้

รูปแบบการนำเสนอ จะเป็นเหมือนการเล่าตำนาน ยกอภินิหาร และความศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ มาอ้างอิง ซึ่งจะเป็นเช่นไรนั้น ขอไม่เล่าในที่นี้ แต่จะขอเล่าสาระสำคัญซึ่ง หนังสือเล่มนี้พยายามจะสื่อออกมา และเชื่อว่าหนังสือเล่มอื่นไม่น่าจะกล่าวถึง (หรือไม่ได้เน้นย้ำ) นั่นก็คือ จตุคามรามเทพไม่ใช่พระ วัตถุมงคลนี้จึงไม่ใช่พระเครื่องในศาสนาพุทธ การทำพิธีจึงไม่จำเป็นต้องใช้พระสงฆ์มาปลุกเสกอะไรทั้งสิ้น แต่ถ้าจะมีก็เพื่อให้คนรับไปเช่าบูชานั่นสบายใจว่ามีการปลุกเสก... ก็เท่านั้น

ที่ว่าไม่ต้องใช้พระภิกษุสงฆ์นั้น แสดงว่า การจะเชิญองค์จตุคามรามเทพมาประทับทรงในพิธีจัดสร้างวัตถุมงคลจตุคามรามเทพ จะใช้วิธีอื่น อันไม่ใช่พิธีกรรมทางพุทธศาสนา ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ระบุว่า จะต้องมีองค์ประกอบที่ครบถ้วน 2 ประการคือ

    1. ต้องมี พล.ต.ท สรรเพชญ ธรรมาธิกุล เป็นคนทำพิธี เพราะเป็นคนเดียวที่รู้รหัสวิธีติดต่อองค์จตุคามรามเทพ
    2. ต้องมีของสำคัญ 3 อย่างเข้าร่วมพิธี ได้แก่ คันฉ่องจีนโบราณ ด้ามมีดงาช้างแดง กริชโบราณ ซึ่งเป็นสมบัติตกทอดมาถึง พล.ต.ท. สรรเพชญ


แม้ในหนังสือจะมีเรื่องราวน่าสนใจอีกมาก เช่น ตำนานอภินิหารขององค์จตุคามรามเทพ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ของประเทศไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาด้วย (ซึ่งจะขอไม่เล่า เพราะมีรายละเอียดค่อนข้างมาก) แต่ข้อความสำคัญของหนังสือเล่มนี้ ที่ข้าพเจ้าสรุปได้ก็คือ ถ้าไม่เห็น พล.ต.ท สรรเพชญ ในพิธีแล้วล่ะก็ จะเชิญ องค์จตุคามรามเทพ มาในพิธีไม่ได้ อีกนัยหนึ่ง พิธีปลุกเสกวัตถุมงคลจตุคามรามเทพในการจัดทำครั้งนั้น เป็นพิธีปลุกเสกปลอม



แน่ล่ะ แม้หนังสือเล่มนี้ออกมาตั้งแต่ กรกฎาคม 2550 แต่หลังจากวันนี้ก็ยังมีการจัดสร้างวัตถุมงคลจตุคามรามเทพอยู่จากหลายคณะผู้จัดทำ แสดงว่าข้อความที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้.. แทบไม่มีใครรับรู้ หรือถ้ารู้ก็อาจจะอยากจะลืม หรือ ไม่อยากจะฟังก็ได้

เพราะถ้ารู้ แล้วยึดถือ มันคงจะวุ่นวายพิลึก

ในขณะที่ใคร ๆ ก็จัดสร้าง โดยผู้ทำพิธีปลุกเสกก็เป็นถึง พระสงฆ์องคเจ้า ประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส บางเจ้าก็เป็นผู้มีหน้ามีตาในสังคม ถ้าเอาเกณฑ์ว่าต้องมี พล.ต.ท สรรเพชญ (เท่านั้น) เป็นผู้อัญเชิญองคจตุคามรามเทพ มาตัดสิน ก็แสดงว่ามีแต่ คนโกหก หลอกลวงประชาชน อยู่เต็มบ้านเต็มเมือง



ว่าแต่... แล้วเราจะเชื่อใครเล่า

ระหว่าง เรื่องราวจากปากคำของ พล.ต.ท สรรเพชญ ที่ปรากฎในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งคล้ายกับเป็นการแสดงสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการจัดสร้างวัตถุมงคลจตุคามรามเทพ (ที่จะมีองค์จตุคามมาร่วมพิธี) กับ อีกฝ่าย ซึ่งปลุกปั่นตำนานจตุคามรามเทพขึ้นมา โดยเน้นที่ความขมังเวทย์ของ พล.ต.ต ขุนพันธรักษ์ราชเดช มากกว่าที่จะอ้างถึง บทบาทของ พล.ต.ท. สรรเพชญ และแน่นอน.. คงจะไม่ได้บอกว่า การจัดสร้างวัตถุมงคลนั้น จะต้องมี พล.ต.ท สรรเพชญ ร่วมอยู่ในพิธีด้วย

ขอยกข้อความตอนหนึ่งในหน้า 115 มาให้อ่านกัน ดังนี้...


"ไม่มีใครเถียงว่า พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดชไม่ใช่คนสำคัญในการร่วมสร้างหลักเมือง แต่ที่สงสัยก็คือ มีหลายคนพยายามต่อเติมเสริมแต่งว่า ท่านเป็นคนออกแบบเสาหลักเมือง ศาลหลักเมือง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าแม้แต่อาจารย์จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ก็ยอมรับว่า ไม่มีความรู้ในเรื่องศิลปะศรีวิชัย ไม่เข้าใจโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของศรีวิชัย พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช จะมีความรู้ในเรื่องนี้ได้อย่างไร"



"..ไม่ว่าใครจะเสกสรรปั้นแต่งเขียนหนังสือประวัติ พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดชกันอย่างไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยให้เห็นชัดเจนอย่างนี้ ชื่อเสียงของนายพลตำรวจที่เคยมีเกียรติประวัติไม่ด่างพร้อยมาก่อน จะบังเกิดความมัวหมองเสื่อมเสียหมดความน่าเชื่อถือ กลายเป็นตัวจำอวดในการโฆษณาขายวัตถุมงคลปลอมที่พวกตนทำขึ้นมา พล.ต.ท สรรเพชญ ถึงกับเอ่ยปากด้วยความสงสารแกมเวทนาว่า

ถ้าหากท่านยังมีสติดีอยู่พูดได้ ท่านคงห้ามไม่ให้ลูกเต้าทำอย่างนี้ เพราะความโลภมากอยากรวย ไปทำมาหากินกับพวกขายพระ

ข้าพเจ้าไม่ทราบเหมือนกันว่า จะเชื่อใคร หรือจะบอกว่าหนังสือเล่มนี้จะใช้เป็นมาตรฐานไว้อ้างอิงได้หรือไม่ แต่โดยส่วนตัวก็คิดว่า เนื้อหาที่เขียนไว้หลายตอนในเล่ม ออกจะเกินจริงไป อีกทั้งยังใช้สำนวนโวหารที่ชวนเชื่อ โดยเหตุผลที่อ้างไว้นั้น ดูจะไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลกันสักเท่าใดนัก

ที่ข้าพเจ้านำหนังสือเล่มนี้มาเสนอให้สหายได้รับทราบกัน ก็เพราะเห็นว่านี่อาจจะเป็นการเปิดประเด็นให้เห็นเรื่องราวอีกด้านหนึ่ง (ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รับทราบว่า มีการกล่าวอ้างกันแบบนี้ด้วย) ซึ่งก็คงต้องให้บรรดา ลูกพ่อ ทั้งหลาย รวมทั้ง ผู้ที่ได้เช่าซื้อจตุคามรามเทพรุ่นที่ พล.ต.ท.สรรเพชญ ไม่ได้ทำพิธี เป็นผู้ตัดสินประเด็นเหล่านี้เอาเองเถิด

บทความจาก : http://plin.exteen.com/20070918/entry

   
 

 

อ่านกระทู้ทั้งหมด
หน้า:
   
 
 


Copyright 2007, www.jatukham-ramatep.com