กำเนิดจตุคามรามเทพ ภาค 1
อย่าพึงสงสัยถ้าหากวัตถุมงคล "จตุคามรามเทพ" ที่ออกใหม่ และยังไม่ทันจะเห็น "ของจริง" คงมีเพียงภาพถ่ายจตุคามรามเทพ หรือแม้กระทั่งลายเส้นของพิมพ์ทรงบนแผ่นพับ ใบโบรชัวร์ของคณะกรรมการการจัดสร้าง และรายละเอียดของพิธีกรรมที่ได้จัดทำหรือจะทำขึ้น ก็ได้รับความนิยมจากประชาชนผู้ศรัทธา กระทั่งสั่งจองกันอย่างมโหฬารจนวัตถุมงคลหมดลง และต้องรอรับวัตถุมงคลอีกเดือนหรือสองเดือนข้างหน้านี้เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ความนิยมที่ได้รับถึงกลับมีการซื้อขายใบจองกันทีเดียว
ความนิยมที่เกิดขึ้น ก่อให้มีการสร้างวัตถุมงคลจตุคามรามเทพออกมาอย่างต่อเนื่อง ที่จะมีถึงในช่วงมีนาคม ประมาณกันอย่างคราวๆ แล้วถึง 50 รุ่นทีเดียว 
อีกรุ่นหนึ่งที่เพิ่งได้รับแผ่นพับแนะนำมา คือ รุ่น "ร่ำรวยคุ้มดวง" จัดสร้างด้วยวัตถุประสงค์สมทบทุนสร้าง "ธรรมเจดีย์" วัดดิษฐวราราม (วัดท่าเสม็ด) อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดจองไปตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ จนถึง 25 มีนาคมนี้ ที่ศูนย์พระเครื่องชั้นนำทั่วไป สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.0-2952-7944, 08-1497-8883
ในรุ่นนี้ได้ทำพิธีถึง 5 พิธี โดยพิธีที่ได้ทำไปแล้ว คือ การทำพิธีพุทธาเทวาภิเษก ครั้งที่ 1 ณ มณฑลพิธีเทศบาลบ้านแหลม สุพรรณบุรี ครั้งที่ 2 ณ มณฑลพิธีหาดทรายขาว วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งที่ 3 ณ ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช 
และจำทำพิธีครั้งที่ 4 พิธีมหาพุทธาภิเษก ณ ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ.2550 และครั้งที่ 5 ณ วิหารหลวงวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2550
ถามว่า "จตุคามรามเทพ" คืออะไร เป็นที่เชื่อได้ว่ากระทั่งผู้บูชาจตุคามรามเทพบางท่าน ยังไม่ทราบถึงความเป็นมาเหตุที่กำเนิดวัตถุมงคล "จตุคามรามเทพ" นั้น คือในปี พ.ศ.2528 พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล (ขณะมียศเป็น พ.ต.อ.) ได้มารับตำแหน่งผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รู้จักกับกลุ่มพ่อค้าชาวจีน 4-5 คน ซึ่งชมชอบในการเสี่ยงโชคลาภต่างๆ หนึ่งในนั้นเป็นร่างทรง และมักทำพิธีอัญเชิญเจ้าเข้าทรงเป็นประจำในยามค่ำคืน และสถานที่อัญเชิญร่างทรงนั้น คือ วัดนางพระยา
คืนหนึ่ง พล.ต.ท.สรรเพชญได้ติดตามกลุ่มพ่อค้าชาวจีนนี้ไปยังวัดนางพระยาด้วย และคืนนั้นร่างทรงที่ประทับได้กล่าวว่า "กูคือพระยาชิงชัย เป็นแม่ทัพรักษาเมืองด้านทิศตะวันออก" แต่พล.ต.ท.สรรเพชรมีความเคลือบแคลงสงสัย จึงได้ใช้ธูปจุดไฟหนึ่งกำมือ จี้ไปที่ร่างของคนทรง แต่ไม่ปรากฏอาการอย่างใดเกิดขึ้นกับร่างทรงนั้น และร่างทรงได้พูดขึ้นว่า "เออ มึงไม่เชื่อ เอาอย่างนี้ดีกว่า มึงไปเอาดาบที่กุฏิท่านสมภารมา กูจะสักกระหม่อมให้ดู"
กำเนิดจตุคามรามเทพ ภาค 2
หนึ่งในคณะได้ไปเอาดาบที่กุฏิเจ้าอาวาสวัดตามที่ร่างทรงบอก ทั้งที่ไม่เคยมีใครทราบมาก่อนว่า มีดาบเล่มนี้อยู่ที่กุฏิเจ้าอาวาสมาก่อน เมื่อได้ดาบมาแล้วร่างประทับทรงได้จับดาบชูขึ้น แล้วเอาปลายดาบลงทิ่มบนศีรษะของร่างทรงเองอย่างแรงหลายครั้ง เสียงดังฉึกหากแต่ไม่ระคายผิวหนังแต่อย่างใด เป็นที่อัศจรรย์ต่อสายตาทุกคู่ที่จับตามองอยู่ในขณะนั้น
ในคืนต่อมา ได้มีการประทับทรงอีกโดยกลุ่มพ่อค้าชาวจีนกลุ่มเดิม หากแต่ที่ประทับร่างทรงนั้นกลับไม่ใช่พระยาชิงชัย แต่ก็มีเสียงบอกจากร่างคนทรงว่า "กูใหญ่กว่าอ้ายชิงชัย มันมาโม้ให้พวกสูฟัง กูนี่แหละใหญ่กว่า มึงไปหากระดาษมาวาดใบหน้ากู กูจะบอกลักษณะ แล้วพวกสูพาไปถามอ้ายหนวดดู อ้ายหนวดรู้จักกูดี"
พล.ต.ท.สรรเพชญ ได้ถามร่างประทับทรงนั้นว่า "อ้ายหนวดคือใคร?" 
ร่างประทับทรงได้ตอบกลับไป "มึงผันหน้าตอนนั่งทำงานไปทางไหน บ้านมันก็อยู่ทางนั้นแหละ ไปหามันได้"
เมื่อร่างประทับทรงตอบกลับมาเช่นนั้น ทุกคนก็ทราบได้ทันทีว่า "อ้ายหนวด" ที่ร่างประทับทรงนั้นบอก คือ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธร เขต 8 ผู้เป็นที่รู้จักกันดีว่า มีวิชาอาคมแข็งกล้า เป็นศิษย์ฆราวาสของสำนักวัดเขาอ้อ ตักสิลาแห่งพุทธาคมอันเลื่องชื่อของภาคใต้
วันต่อกลุ่มพ่อค้าชาวจีน และพล.ต.ท.สรรเพชญ ได้เดินทางไปพบ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ที่บ้านพักเลขที่ 764/5 ภายในซอยราชเดช ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็พบว่า พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้คอยท่าอยู่แล้วคล้ายกับจะรับรู้ว่าจะมีผู้ไปหา
เมื่อทำความเคารพต่อ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้ถามถึงกิจธุระที่มาพบในครั้งนี้ พล.ต.ท.สรรเพชญ จึงได้ยื่นภาพวาดใบหน้าของดวงวิญญาณที่ได้บอกรูปลักษณะผ่านร่างทรงให้ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ดู
เมื่อ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้ดูภาพใบหน้านั้น ก็ได้ถาม พล.ต.ท.สรรเพชญ อย่างตื่นเต้นว่า "ท่านผู้กำกับนำรูปนี้มาจากไหน รูปนี้เป็นอดีตกษัตริย์แห่งอาณาจักรศรีวิชัย มีพระนามว่า จตุคามรามเทพ หรือจันทรภาณุ"
พล.ต.ท.สรรเพชญ จึงได้เล่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ณ วัดนางพระยา ให้ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ทราบ
ต่อมาในคืนที่ 3 นั้น กลุ่มพ่อค้าชาวจีน และ พล.ต.ท.สรรเพชญ ได้ทำการเชิญประทับร่างทรงอีกครั้ง ที่วัดนางพระยา หากคราวนี้องค์จตุคามรามเทพที่ประทับทรงมีกิริยาอาการที่ดุมาก แล้วบอกว่า "บ้านเมืองลุกเป็นไฟ กูรอมึงมาเป็นพันปีแล้ว กูอยากให้ช่วยสร้างหลักเมือง ทำจากไม้ตะเคียนทอง งอกอยู่ทางทิศเหนือของเมืองนครศรีฯ บัดนี้มันรอมึงอยู่"
นอกจากนั้น องค์จตุคามรามเทพยังได้บอกผ่านร่างทรง ซึ่งก็คือ นายอะผ่อง สกุลอมร ถึงขั้นตอนของพิธีต่างๆ ที่จะต้องทำกัน ซึ่งมีหลายพิธีที่ต้องใช้เวลา เช่น พิธีกรรมชุมนุมตัดชัย ทำในวิหารหลวง ให้ปักธงศรีวิชัยขึ้นหมู่พระธาตุ เป็นนัยว่าเราเปิดธงรบกับ พวกเหล่าร้าย เช่น พวกโจร หรืออาถรรพ์จัญไรต่างๆ ที่รบกวนเมืองนครศรีฯ
พิธีกรรมต่างๆ ที่องค์จตุคามรามเทพได้บอกผ่านทางร่างทรงนั้น มีมากมายหลายพิธีด้วยกัน
กำเนิดจตุคามรามเทพ ภาค 3
เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กล่าวถึงคิวจองใช้สถานที่วัดมหาธาตุวรมหาวิหารแห่งนี้เพื่อทำพิธีในการสร้างจตุคามรามเทพตั้งแต่เวลานี้ไปจนถึงเดือนเมษายน มีถึง 50 รุ่นด้วยกัน
เป็นปรากฏการณ์แห่ง "องค์พ่อ" จตุคามรามเทพ
มีสิ่งหนึ่งสำหรับการกำเนิดขึ้นของ "จตุคามรามเทพ" คือ การเข้าทรง อันละม้ายคล้ายคลึงกับการกำเนิดขึ้นของวัตถุมงคล "หลวงพ่อทวด" แห่งวัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี
รูปลักษณ์ของวัตถุมงคลจตุคามรามเทพในรูปพระปิดตาพังพกาฬ ที่มีประวัติความเป็นมาในวัยเด็ก มารดาของพังพกาฬได้ไปทำนาและผูกเปลให้พังพกาฬนอนอยู่ใต้ต้นไม้ ระหว่างไปทำนาปรากฏว่ามีงูจงอางเอาแก้วมาไว้ในเปล ก็ละม้ายคล้ายกับความเป็นมาในวัยเด็กของหลวงพ่อทวด 
กล่าวสำหรับหลวงพ่อทวด ผู้คนละแวกพัทลุง สงขลา ปัตตานี เล่าขานกันว่า ท่านสำเร็จเป็นพระโพธิสัตว์ศรีเมตไตรย
ขณะเดียวกัน "องค์พ่อ" จตุคามรามเทพ ก็เป็นพระโพธิสัตว์ ผู้ที่มีความเมตตากรุณาต่อสรรพสัตว์ผู้ตกทุกข์ได้ยาก ที่ผู้ศรัทธาสักการะองค์จตุคามรามเทพนับถือกัน
ความศรัทธานับถือต่อองค์จตุคามรามเทพ อันมีมากมายก่อให้เกิดการแพร่กระจายของการสร้างวัตถุมงคลจตุคามรามเทพขึ้น เช่นเดียวกับที่เคยนิยมสร้างวัตถุมงคลหลวงพ่อทวดขึ้นมาหลายวัดในอดีต
อีกวัดหนึ่งที่สร้างวัตถุมงคล "องค์พ่อ" จตุคามรามเทพ คือ วัดโพรงมะเดื่อ ตำบลโพรงมะเดื่อ จังหวัดนครปฐม ซึ่งจะมีการจัดพิธีพุทธาภิเษกกันในวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ นี้ ณ วัดโพรงมะเดื่อ เพื่อนำรายได้จากการบูชาวัตถุมงคลนี้ไปดำเนินการสร้างวิหารใหม่
วัตถุมงคลในชุดนี้มีมวลสารหลายชนิด นับแต่แผ่นกระเบื้องหลังคาอุโบสถวัดโพรงมะเดื่อ กระเบื้องหลังคาอุโบสถวัดสามง่าม นครปฐม หินลูกนิมิตอุโบสถหลังเก่า ทองคำเปลวปิดรูปเหมือนหลวงพ่อทองอยู่ และหลวงพ่อฉอย อดีตเจ้าอาวาสวัดโพรงมะเดื่อ ดอกไม้จากที่บูชารูปเหมือนหลวงพ่อทองอยู่ และหลวงพ่อฉอย ผงพระสมเด็จวัดไร่ขิงรุ่น พ.ศ. 2512 และผงมวลสารศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อทวด วัดช้างให้
พิธีพุทธาภิเษกทั้ง 3 วัน มีพระเกจิอาจารย์จากภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคเหนือ ร่วมปลุกเสก
ผู้สนใจไปร่วมในพิธีได้ นอกเหนือจากพิธีพุทธาภิเษกแล้ว ทางวัดได้จัดงานปิดทองฉลองอุโบสถหลังใหม่ด้วย
บทความจาก : http://ramalnw.exteen.com/20070523/entry-2 |